การพัฒนาที่ยั่งยืน

การพัฒนาที่ยั่งยืน

การดำเนินงาน Net Zero

การดำเนินงาน เพื่อเป้าหมาย TOA Net Zero ในปี 2050

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหาสภาพภูมิอากาศ และได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับทุกมิติของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค

การกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เพื่อเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คณะบริหารจัดการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแลการจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด ได้แก่:

  • คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ในฐานะประธานคณะบริหารจัดการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer)
  • คุณวินัย ชัยบุรานนท์ ในฐานะรองประธานคณะบริหารจัดการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และผู้อำนวยการอาวุโส สายงานปฏิบัติงาน

ทั้งสองท่านมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและกำกับดูแลนโยบาย ตลอดจนกลยุทธ์ด้านการจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่า TOA จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050

เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนดังนี้:

  • เป้าหมายระยะสั้น
    บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) โดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2
  • เป้าหมายระยะยาว
    บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) โดยครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021)

หมายเหตุ: บริษัทฯ กำหนดใช้ปี 2564 เป็นปีฐาน เนื่องจากเป็นปีที่มีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนครอบคลุมแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 Scope และได้รับรองการทวนสอบตามข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทั้งโรงงานบางนา และโรงงานสำโรง

แนวทางบริหารจัดการ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อองค์กร และได้กำหนดกลยุทธ์ “7 GREEN” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว จึงได้กำหนดแนวทางการปรับตัว (Adaptation) ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ

มาตรการปรับตัวที่ดำเนินการ ได้แก่:

  • บริษัทฯ มีการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ เพื่อช่วยให้บริษัทฯ สามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น "TOA Shield Expert" ที่ช่วยลดการใช้น้ำและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป รวมถึงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
  • ความมุ่งมั่นในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับการรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction; CFR) มากกว่า 131 รายการ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดในตลาดสีทาอาคาร
การจัดทำบัญชีและการรายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ประเมินและการจัดทำรายงานก๊าซเรือนกระจก โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อย (Emission Factor) อ้างอิงจากแนวทางของ IPCC ปี 2006 และข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งพิจารณาขอบเขตขององค์กร (Organization Boundary) ใช้หลักเกณฑ์ "การควบคุมการดำเนินงาน" (Operational Control) ครอบคลุม 100% ของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) การประเมินครอบคลุมกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ขอบเขตหลัก ดังนี้

ขอบเขตที่ 1: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct Emissions) ขอบเขตที่ 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Indirect Emissions from Energy) ขอบเขตที่ 3: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร (Other Indirect Emissions across the Value Chain)
  • การเผาไหม้เชื้อเพลิงอยู่กับที่ (Stationary Combustion)
  • การเผาไหม้น้ำมันในยานพาหนะประเภท Off-road (Mobile Combustion: Off-road)
  • การเผาไหม้น้ำมันในยานพาหนะประเภท On-road (Mobile Combustion: On-road)
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการรั่วไหลและอื่นๆ (Fugitive Emissions)
  • ไฟฟ้าที่นำเข้าจากภายนอก
  • ไฟฟ้าจาก Solar Rooftop
  • ไอน้ำจากบริษัทในเครือ
  • สินค้าและบริการที่ซื้อ (Purchased goods and services)
  • กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน (Fuel and energy related activities)
ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร หน่วย 2564 2565 2566 2567
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) tCO2eq 8,627 8,615 7,751 7,357
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) tCO2eq 8,662 7,336 7,239 6,566
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) tCO2eq 250,247 261,994 268,035 234,281
รวมทั้งหมด (ขอบเขตที่ 1 , 2 และ 3) tCO2eq 267,536 277,945 282,525 248,204
การทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ ในปี 2567 ทั้ง 3 ขอบเขต ได้รับการทวนสอบโดย บริษัท อีซีอีอี จำกัด (ECEE Co., Ltd.) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่ดำเนินการทวนสอบตามมาตรฐานสากล ISO 14064-3 และเป็นไปตามข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ประจำปี 2565 โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)