การพัฒนาที่ยั่งยืน

การพัฒนาที่ยั่งยืน

บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

บริษัทฯ ได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการดำเนินกิจการผ่านทางกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน และถือว่าหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมความสำเร็จในภาพรวมของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นองค์กรหนึ่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ตามแนวทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการประกาศหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (CG Code) แต่ยังมีบางเรื่องที่บริษัทฯ ยังไม่ได้ปฏิบัติได้ครบทุกข้อ ในปี 2567 และมีแนวทางในการปรับใช้ให้เหมาะสม ดังนี้

1. การกำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการบริษัท แบบ Cumulative Voting

ตามข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อที่ 16 ได้กำหนดให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้เลือกตั้งกรรมการบริษัท โดยใช้เสียงข้างมากเป็นมติที่ประชุม และข้อ 16(1) กำหนดให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่ได้กำหนดและนำใช้วิธีการนี้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้กำหนดและมีวิธีการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อย อาทิ สิทธิของผู้ถือหุ้นในการนำเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้น และการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการบริษัท เป็นต้น

2. คณะกรรมการมีการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (เฉพาะระดับกรรมการ)

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมีกรรมการ 1 ท่าน ได้แก่ นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และยังได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากสายงานต่างๆ ของบริษัทฯ ซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำนโยบายบริหารความเสี่ยง กำกับดูแลการจัดการความเสี่ยงและรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท

นอกจากนี้ คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน โดยมีกรรมการ 1 ท่าน ได้แก่ นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ทำหน้าที่เป็นประธาน เพื่อร่วมกับคณะทำงานย่อยในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืน โดยมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท

3. คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระมากกว่า 50%

คณะกรรมการบริษัทมี 6 คน ประกอบด้วยกรรมการบริษัทที่เป็นผู้บริหารจำนวน 2 คน หรือร้อยละ 33.33 และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 4 คน หรือร้อยละ 66.67 โดยในจำนวนนี้ มีกรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระจำนวน 3 คน หรือร้อยละ 50 ซึ่งเป็นไปตามองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ซึ่งระบุว่าต้องมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน

บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ยึดแนวทางในการปฏิบัติและพฤติกรรมอันพึงประสงค์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คุณธรรม และจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อสร้างผลประกอบการที่ดี และการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม และได้จัดทำ “คู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ” แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่มีหน้าที่รับทราบและปฏิบัติ โดยในปี 2567 พนักงานกว่า 92.16% ได้ผ่านการอบรมและทดสอบความเข้าใจในหลักจรรยาบรรณธุรกิจ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง

บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎหมาย บริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการให้สินบนและการทุจริตคอร์รัปชันที่ชัดเจน โดยมีการสื่อสารนโยบายนี้ไปยังพนักงานทุกระดับภายในองค์กร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมถึงได้มีการประกาศใช้นโยบาย “No Gift Policy” เพื่อไม่สนับสนุนการรับและให้ของขวัญ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกระบวนการติดตามและตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) ที่ปลอดภัยและเป็นความลับ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลสูงสุด

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่แน่นอน โดยกำหนดนโยบายและโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO ERM ครอบคลุมทั้งในประเทศและบริษัทย่อยในต่างประเทศ

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเสี่ยง โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับตระหนักและเข้าใจผ่านกิจกรรมและการอบรม เช่น ในปี 2567 บริษัทฯ ได้จัดอบรมหัวข้อ “Disruptive Technology” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัล โดยมีพนักงานผ่านการอบรมและทดสอบความเข้าใจสูงถึง 99.7%

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยพัฒนากลยุทธ์บริหารภาวะวิกฤตภายใต้ระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) พร้อมปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 22301 โดยในปี 2567 ได้จัดตั้งคณะกรรมการการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และคณะทำงานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนแผนอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝึกซ้อมแผนเป็นประจำ

ที่ TOA เราเชื่อว่าหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดียิ่งขึ้น (Inspire Better Living) คือการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ จึงประกาศนโยบายความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และบริการ (Product Stewardship Policy) เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานมุ่งเน้นการรับผิดชอบและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ผ่านการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์อย่างรับผิดชอบ และได้ทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมสีตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงกระบวนการผลิต ภายใต้นวัตกรรมสีปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม "TOA GREENOVATION" ซึ่งยึดมั่นในหลักการ "CLEAN-GREEN-SAVE" อันเป็นหัวใจสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม


ฉลากคาร์บอน โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ ดำเนินการขึ้นทะเบียนและขอรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานอิสระ (Third Party) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2567 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint of Products: CFP) แล้วทั้งสิ้น 318 รายการ และได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction: CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน รวม 131 รายการ ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากที่สุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคารในตลาด นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวอีก 69 รายการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวเครื่องหมาย "TOA GREEN CERTIFIED" เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวก ซึ่งท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรอง TOA GREEN CERTIFIED ได้จากเว็บไซต์ของบริษัทฯ “TOA GREEN CERTIFIED”

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริการที่โปร่งใสและใส่ใจในทุกความคิดเห็นของลูกค้า โดยเปิดเผยข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ (SDS) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางการใช้งานที่ถูกต้อง ผ่านคู่มือ วิดีโอ และข้อมูลทางเทคนิค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจและใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2567 สามารถดำเนินการได้ครบ 100% ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเรายึดมั่นว่าความพึงพอใจและความไว้วางใจของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย พร้อมทั้งบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ

บริษัทฯ พัฒนาช่องทางการสื่อสารและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน สื่อสังคมออนไลน์ที่คอยอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆ บริการ Call Center ที่พร้อมให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกสบายในทุกที่

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าทุกท่าน โดยมีการสำรวจความพึงพอใจเป็นประจำทุกปี เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 เราได้คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยที่ 80.22% ความสำเร็จในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าของเราสะท้อนให้เห็นผ่าน รางวัล "สุดยอดแบรนด์สียอดนิยมอันดับ 1 ของไทย" ที่เราได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนานติดต่อกันถึง 12 ป

รางวัล “สุดยอดแบรนด์สียอดนิยมอันดับ 1 ของไทย (No.1 Brand Thailand 2024)” จากผลสำรวจคนไทยทั้งประเทศ ในกลุ่มสีทาอาคารติดต่อกันเป็นปีที่ 12 จาก Marketeer Group

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพันธมิตรทางธุรกิจของเราเติบโตไปพร้อมกัน จึงได้จัดทำ "จรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (Supplier Code of Conduct)" ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้งด้านสิทธิมนุษยชน การจ้างงาน อาชีวอนามัย และการดูแลสิ่งแวดล้อม

ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “จรรยาบรรณคู่ธุรกิจ”

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยคัดเลือกและกำหนดคู่ค้ารายสำคัญ การผนวกเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้ากับการประเมินความเสี่ยงคู่ค้า รวมถึงการตรวจประเมินคู่ค้า ณ สถานประกอบการ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดของเสียในกระบวนการผลิต เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน