
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี2567 ที่ผ่านมา มีความผันผวน และซับซ้อนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำในภาพรวมทั้งใน ประเทศไทย และอาเซียน โดยเฉพาะการชะลอตัวลงของภาคอสังหาริมทรัพย์จากภาระหนี้สินครัวเรือน และภาคธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง การปล่อยสินเชื่อของ สถาบันการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของลูกค้าลดลง นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากสงครามการค้า ค่าเงินบาทที่มีความผันผวนสูง และปัญหา การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้มีการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ และวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม ทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และรวดเร็ว ทำให้ท่ามกลางสถานการณ์ความ ท้าทายเช่นนี้ บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และโดดเด่นเมื่อเทียบกับภาวะอุตสาหกรรม โดยมีรายได้รวมถึง 21,140 ล้านบาท และสร้างผลกำไรได้ ถึง 1,920 ล้านบาท โดยยอดขายหลัก มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร นอกจากนี้ ยอดขายผลิตภัณฑ์สี และสารเคลือบผิว และผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น อาทิ เคมีก่อสร้าง และยิปซั่มบอร์ดก็เป็นส่วนที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของผลการดำเนินงานในปีนี้ด้วยเช่นกัน
ในปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในการผลักดันองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ด้วยวิสัยทัศน์ และ กลยุทธ์ที่ชัดเจน รวมทั้งความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ได้รับจากผู้ถือหุ้น คู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผนวกกับความมุ่งมั่นใน การนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงานโดยเสมอมา
เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานของท่าน และการมอบบริการที่ดีที่สุดจากเรา กรุณากดยอมรับคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ของเราได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้