การบริหารความเสี่ยง
1. นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยถือว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ซึ่งช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรในระยะยาว บริษัทได้ดำเนินการประเมิน และจัดการความเสี่ยงโดยยึดกรอบแนวทางตามมาตรฐานสากล Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO ERM-2017) เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงครอบคลุมทุกมิติ และสอดคล้องกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงทั้งภายใน และภายนอกองค์กร

การบริหารความเสี่ยงถูกผนวกเข้ากับกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในทุกระดับ โดยมีการบูรณาการระหว่างระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบองค์กร (Governance, Risk, and Compliance: GRC) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร ลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงยังได้รับการสนับสนุนจากการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการตรวจสอบ และวัดผลการดำเนินงาน รวมถึงรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบอย่างโปร่งใส
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Goals) โดยผนวกการบริหารจัดการความเสี่ยงเข้ากับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับ ESG ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร แต่ยังสร้างโอกาสในการเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงทั้งภายใน และภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การใช้แนวทางที่เป็นระบบ และบูรณาการช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายการดำเนินงาน พร้อมทั้งรักษาความน่าเชื่อถือ และสร้างมูลค่าให้แก่องค์กรในระยะยาว ทั้งนี้ การบริหารความเสี่ยงที่ดี และเชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กร จะช่วยให้ TOA สามารถรักษาระดับความเป็นผู้นำในตลาด และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาความยั่งยืน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรโดยใช้ กรอบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO ERM (Enterprise Risk Management – Integrated Framework) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผสานรวมกับการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) และการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ โดยครอบคลุมทุกระดับในองค์กร ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงบุคลากรในทุกหน่วยงาน
กระบวนการบริหารความเสี่ยงได้รับการออกแบบมาเพื่อระบุ วิเคราะห์ กำหนด Risk Tolerance และจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรสามารถยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG (Environmental, Social, Governance) ขององค์กร
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยง แต่ยังช่วยสร้างคุณค่า และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีวัฒนธรรมความเสี่ยงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างมั่นคง ทั้งนี้กรอบการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วย
1) การกำหนดกลยุทธ์
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำหนดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยได้วาง วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Objectives) และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบริหารความเสี่ยงมีความสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถปรับตัวตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงเข้ากับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และตัวชี้วัด (KPIs) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Assessment Tools) เช่น COSO ERM Framework ในการกำหนด และติดตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การกำหนดกลยุทธ์สอดคล้องกับเป้าหมาย ESG (Environment, Social, Governance)
2) โครงสร้างการบริหารความเสี่ยง
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ถูกออกแบบให้เป็น ระบบสามระดับ (Three Lines of Defense) โดยยึดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และอ้างอิงกรอบมาตรฐานสากล เช่น COSO ERM (Enterprise Risk Management) เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร
โครงสร้างหลักแบ่งออกได้ดังนี้:
- ระดับคณะกรรมการและฝ่ายกำกับดูแล (Board and Oversight Level)
- ระดับบริหารและจัดการความเสี่ยง (Management and Risk Management Function)
2. โครงสร้างการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้จัดตั้งโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงเพื่อผสานรวมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ซึ่งรวมถึงการระบุ ประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง รวมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบในการลดความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างดังกล่าวเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกต่างๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก (Positive Risk Management) โดยมองว่าความเสี่ยงไม่เพียงแต่ต้องจัดการหรือควบคุมเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม (Innovation) และสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้แก่กิจการ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการนำความเสี่ยงมาเชื่อมโยงกับการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายด้านความยั่งยืนณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ผังโครงสร้างบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ แสดงให้เห็นตามแผนภาพ ดังนี้

คณะกรรมการบริษัท
หน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กร
คณะกรรมการตรวจสอบ
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณาสอบทานประสิทธิภาพของการควบคุมภายใน และติดตามผลการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งประเมินผลการจัดการความเสี่ยงจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริหาร
มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารความเสี่ยง โดยสอบทานให้มั่นใจว่าระบบการบริหารความเสี่ยงมีความเหมาะสม และมีประสิทธิผล
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
มีหน้าที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญได้รับการระบุ และประเมินอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้มีการกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลไว้ โดยรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ดังนี้
- จัดทำนโยบายการบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์ และหลักเกณฑ์ในการบริหารความเสี่ยง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณา และอนุมัติ
- พิจารณาสอบทานความเสี่ยง และแนวทางการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ ตามที่หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงได้ประเมินไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไข
- กำกับดูแลความมีประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยการติดตาม และสอบทานอย่างต่อเนื่อง
- รายงานความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูง และสูงมากให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นลำดับ
- รายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ สอบทานนโยบายฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง สามารถดูรายละเอียดได้ที่
กฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงคณะทำงานบริหารความเสี่ยง
คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยรับผิดชอบดำเนินกิจกรรมด้านการบริหารความเสี่ยงตามแผนงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ภารกิจหลักประกอบด้วยการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร การกำหนดมาตรการควบคุม และจัดทำแนวทางเพื่อลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทฯ ยอมรับได้ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงโดยอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด
นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ติดตาม และประเมินผลการดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม พร้อมจัดทำรายงานสถานะ และความคืบหน้าของการบริหารความเสี่ยงเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะทำงานยังมีบทบาทสำคัญในการวางแผน และจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล อีกทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงในองค์กร และสื่อสารอบรมด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรมีความพร้อมรับมือกับความท้าทายในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นความยั่งยืน และการบริหารจัดการที่ครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงการผนวกการบริหารความเสี่ยงเข้ากับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกที่สำคัญ และความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risk) เพื่อให้สามารถเตรียมมาตรการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกได้ก่อนที่จะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
3. กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร
บริษัทฯ กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ขั้นตอน และวิธีการในการบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีระบบ และดำเนินไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร โดยมีขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ดังนี้
- สภาพแวดล้อมภายในองค์กร (Internal Environment)
- การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective Setting)
- การบ่งชี้เหตุการณ์ (Event Identification)
- การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
- การตอบสนองความเสี่ยง (Risk Response)
- กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
- ข้อมูล และการติดต่อสื่อสาร (Information and Communication)
- การติดตาม (Monitoring) ทบทวนประจำทุกไตรมาส
กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการภายในคณะกรรมการมีความจำเป็นต้องได้รับการสื่อสารถึงการประเมินความเสี่ยง และการควบคุม ความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยง การดูแลติดตามแนวโน้มของความเสี่ยงหลัก และความเสี่ยงสูง รวมถึงการเกิดเหตุการณ์ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่า
- เจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) มีการติดตาม ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ และบริหารความเสี่ยงที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตนอย่างสม่ำเสมอ และมีแผนการบริหารความเสี่ยงเหมาะสม
- ผู้บริหารที่รับผิดชอบ และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะได้รับการรายงานถึงความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยง และแนวโน้มของความเสี่ยง ตามระบบควบคุมภายในที่วางไว้มีความเพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิผล และมีการนำมาปฏิบัติใช้จริงเพื่อป้องกัน หรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งมีการปรับปรุงแก้ไขการควบคุมภายในอยู่เสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป
- หน่วยงานบริหารความเสี่ยงจะประสานงานให้เจ้าของความเสี่ยง และผู้บริหารที่รับผิดชอบความเสี่ยงรายงานสถานะความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส รวมถึงกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อทราบ/พิจารณาต่อไป
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องวิเคราะห์/ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการจัดการความเสี่ยง และการจัดลำดับความสำคัญ รวมถึงอาจนำไปใช้ในการทบทวนกรอบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องสรุปรายงานความคืบหน้าการบริหารความเสี่ยงตามแผนงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอเป็นรายไตรมาส และรายปีตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่สำคัญ ซึ่งครอบคลุมทุกบริษัทย่อยในประเทศไทย และต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบริษัทย่อยตระหนักถึงความเสี่ยง และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงหลัก (Key Risks) และความเสี่ยงสูง และมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งระบุแนวทางการจัดการ และติดตามผลเพื่อสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรในด้านความยั่งยืน (Sustainability) และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการดำเนินธุรกิจ
ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการจัดลำดับความสำคัญ และการจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และความท้าทายในระดับสากล มีการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมในทุกมิติ โดยสามารถแบ่งตามประเภทความเสี่ยง ดังนี้
- ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
- ความเสี่ยงด้านการเงิน
- ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
- ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฏหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดต่างๆ
- ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูลสารสนเทศ (IT Security) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security)
- ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG Risk - Emerging Risk)
บริษัทฯ ได้อธิบายรายละเอียดของปัจจัยความเสี่ยงในมิติต่างๆ ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง รวมถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงของปีที่ผ่านมาใน รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One report) ในหัวข้อ การบริหารจัดการความเสี่ยง
รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One report)4. วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Awareness) ในทุกระดับขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ และความตระหนักในความเสี่ยง ผ่านกระบวนการสื่อสาร การฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทั้งในประเทศไทย และบริษัทย่อยในต่างประเทศ
บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการอิสระ และกรรมการบริษัทผ่านการอบรมด้านการบริหารความเสี่ยง ผ่านหลักสูตรสำหรับกรรมการบริษัท อาทิเช่น DCP (Director Certification Program) และ/หรือ DAP (Director Accreditation Program) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อการบริหารความเสี่ยง และการกำกับการดูแลที่ดี (GRC)
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น
- การสื่อสารวัฒนธรรมความเสี่ยงผ่านช่องทาง TOA Communication, HR Cloud, Social Media, Email และสื่อสารประชาสัมพันธ์ ช่องทางต่างๆ เช่น Posters, TV ในบริษัทฯ
- การเผยแพร่วีดีโอส่งเสริมวัฒนธรรมความเสี่ยง EP 2 ในปีนี้ “เทคโนโลยีพลิกโลก” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกธุรกิจให้ไม่เหมือนเดิม พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการบริหารความเสี่ยง และการปรับตัวในยุคที่เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จขององค์กร โดยถูกออกแบบให้เหมาะสมกับพนักงานในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ ไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการทุกสายงานทั้งใน และบริษัทย่อยในเครือต่างประเทศ ในปีนี้มีพนักงานทุกระดับเข้าร่วมกิจกรรมการอบรมจำนวน 99.70% ของพนักงานทั้งหมดในองค์กร
บริษัทฯ ได้เพิ่มช่องทางให้พนักงานในทุกระดับสามารถศึกษานโยบาย และคู่มือหลักการบริหารความเสี่ยงได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านหลากหลายช่องทาง:

- TOA Intranet, HR Cloud และประชาสัมพันธ์ผ่าน Posters และสื่อสารภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
- การจัดอบรมการบริหารความเสี่ยงประจำปี และการกรอกแบบประเมินความเสี่ยง และเผยแพร่ E-book Risk Management Handbook ซึ่งครอบคลุมแนวทางการบริหารความเสี่ยงทุกมิติ รวมถึง ESG Risk Management
บริษัทฯ มุ่งเน้นให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานในทุกสายงาน เพื่อสร้างความเข้าใจ และความตระหนักในความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร และมั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การดำเนินการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการปลูกฝังวัฒนธรรมความเสี่ยงให้เป็นแกนหลักขององค์กร และก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในระดับสากล
5. การเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่ (Emerging risk)
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ได้ร่วมกันพิจารณา แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risk Management) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การประเมิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยง และการกำหนดมาตรการรับมือที่ชัดเจน เป้าหมายของการดำเนินการนี้คือ การลดโอกาสและความรุนแรงของผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้ง สร้างความมั่นใจ ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความเสี่ยงเกิดใหม่ที่สำคัญ ดังนี้
1. ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน พายุ ไฟป่า หรือเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather Events) ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk)
ผลกระทบต่อธุรกิจ
ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) อาจส่งผลให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก และต้นทุนการผลิตสินค้าอาจต้องปรับตัวสูงขึ้น เช่น ราคาวัตถุดิบปรับราคาสูงขึ้น ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ฯลฯ ส่งผลต่ออัตราทำกำไร และรายได้ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator)
- ค่าการผลิตไฟฟ้าจาก Solar roof เพื่อเปรียบเทียบการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละเดือน
- จำนวนข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (Environmental Complaints)
- กำหนดเป้าหมายการใช้น้ำเพื่อระบบสุขาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลดการใช้น้ำลงอย่างต่อเนื่อง
- อัตราลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต และระบบสุขาภิบาล จากการนำน้ำหลังผ่านการบำบัดมาใช้
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- นำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อลดการใช้สารเคมี โดยใช้ส่วนผสมจากจากพืชมาใช้แทนวัตถุดิบจากปิโตรเลียม โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็น 50% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2580
- การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมในทุกกระบวนการผลิต พัฒนานวัตกรรมการผลิตที่ลดการใช้น้ำ เช่น การใช้ระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง เพื่อนำกลับมาใช้ในกระบวนการ
- ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัท Net Zero Emission ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยใช้เกณฑ์การวัดจากมาตรฐานสากล เพื่อมุ่งมั่นที่จะดำเนินการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม
- พัฒนาแผนระยะสั้น (Short-term Goals) เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2573 และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
- การลงทุนในพลังงานสะอาด (Clean Energy Investment) โดยติดตั้ง Solar Cell ที่บริเวณหลังคาโรงงานบางนา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเป็นพลังงานทางเลือกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และการขยายการติดตั้ง Solar Cell ในโรงงานของบริษัทย่อย พร้อมกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ของพลังงานทั้งหมดภายในปี 2570
- แต่งตั้งคณะกรรมการ และคณะทำงาน เพื่อจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร และได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทั้งโรงงานบางนา และโรงงานสำโรง
- การบริหารจัดการขยะ และของเสีย จัดตั้งโครงการ Zero Waste to Landfill โดยตั้งเป้าลดการส่งของเสียไปฝังกลบลง ส่งเสริมให้พนักงาน และคู่ค้าร่วมแยกขยะ และรีไซเคิลเพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน
- การเฝ้าระวัง และติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change Monitoring) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ พร้อมรายงานผลกระทบต่อคณะกรรมการ ESG อย่างต่อเนื่อง
2. ความเสี่ยงด้านสังคม และสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และการเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินการทั้งทางตรง และทางอ้อมเพื่อส่งเสริม และเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกระดับของธุรกิจ
บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจโดยยึดหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งแต่กระบวนการสรรหาบุคลากร การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ด้วยความตระหนักถึงความเท่าเทียมกัน และความหลากหลายของบุคลากร (Workforce Diversity) รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล รวมถึงการส่งเสริม และสนับสนุนคู่ค้า และพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ให้เคารพ และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เช่น การป้องกันแรงงานบังคับ แรงงานเด็ก และการสร้างแนวทางดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีช่องทางการรับข้อร้องเรียนที่หลากหลาย เพื่อรับฟัง และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม พร้อมกำหนดนโยบายคุ้มครอง และเยียวยาผู้ร้องเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator)
- สถิติข้อมูลการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
- ผลสำเร็จในการจัดการข้อร้องเรียน (ราย)
- สัดส่วนพนักงานที่มาจากกลุ่มหลากหลาย
แนวทางการบริหารความเสี่ยง
- จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มุ่งเน้นความเท่าเทียม ความหลากหลายของบุคลากร ให้ความเคารพ และตระหนักถึงศักดิ์ศรีของบุคคล ไม่ยินยอมให้มี การข่มขู่ คุกคาม ล่วงละเมิดทุกกรณี
- จัดให้มีระบบร้องทุกข์เพื่อเป็นสื่อในการสร้างความเข้าใจ และสัมพันธ์ที่ดี รวมทั้งให้เกิดความเป็นธรรมในการจ้างงาน รวมถึงมีช่องทางในการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสการทุจริตผ่านช่องทางต่างๆ ของบริษัทฯ
- การส่งเสริมวัฒนธรรมความเท่าเทียมในองค์กร ส่งเสริมการจ้างงานที่หลากหลาย และเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกกลุ่ม จัดทำโครงการที่สนับสนุนความหลากหลาย เช่น การจ้างงานผู้พิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยบริษัทฯ ได้จ้างผู้พิการตามมาตรา 33 ตามลักษณะงานที่เหมาะสมพร้อมอำนวยความสะดวกในการทำงาน เพื่อสร้างโอกาส และสนับสนุนอาชีพให้คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังได้จัดให้มีตลาดนัดผู้ดูแลคนพิการ ณ บริเวณโรงอาหารของบริษัทฯ
6. แนวทางในอนาคตเพื่อการบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริหารความเสี่ยงโดยนำเสนอแนวทางในอนาคตที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายของธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability) และสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร โดยมีแนวทางดังนี้:

1. การพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยี
- การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดความซับซ้อน และลดความเสี่ยงในกระบวนการที่สำคัญ เช่น กระบวนการผลิต การบริหารคลังสินค้า และการจัดการข้อมูล
- การสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านการแข่งขัน พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2. การเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า และพันธมิตร
- การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทาน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบหรือความผันผวนด้านราคา
- การส่งเสริม ESG ร่วมกับคู่ค้า โดยสนับสนุนการจัดอบรม และสื่อสารความสำคัญของการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจ และการปฏิบัติตามกฎหมาย
7. การบริหารภาวะวิกฤตและความต่อเนื่องทางธุรกิจ Business (Continuity Management)
บริษัทฯ ได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงคือการจัดทำ แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และพัฒนากระบวนการ Business Continuity Management (BCM)
บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการยกระดับความพร้อมขององค์กรให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์วิกฤตหรือภาวะฉุกเฉิน ด้วยกระบวนการวางแผนที่เป็นระบบ และการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง และความยั่งยืนขององค์กร พร้อมรองรับความท้าทาย และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ในโลกธุรกิจปัจจุบัน
บริษัทฯ ได้พัฒนาแผน BCP ที่ครอบคลุมกระบวนการสำคัญของทุกหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อธุรกิจ และเร่งรัดการฟื้นฟูการดำเนินงานให้กลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว แผน BCP ได้รับการพัฒนาโดยอ้างอิงมาตรฐานสากล เช่น ISO 22301 และใช้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติมาตรฐานสากลการจัดกิจกรรม BCP Workshop ในปีนี้บริษัทฯ ได้จัด Workshop BCP Phase II เพื่อให้ทุกหน่วยงานเข้าใจบทบาท และหน้าที่ของตนในแผน BCP โดยมีการจำลองสถานการณ์วิกฤต (Call Tree Simulation) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของแผน BCP ในปีนี้ประสบความสำเร็จ โดยมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาในการวิเคราะห์ Business Impact (BIA) เพื่อให้แผน BCP มีความครอบคลุม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

การสนับสนุนด้วยระบบดิจิทัล: บริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทางสื่อสาร และระบบเก็บข้อมูลกลางผ่าน TOA Intranet นโยบาย และแผน BCP ที่ได้รับอนุมัติในส่วนกลางให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าถึงได้ในภาวะฉุกเฉิน และจัดตั้ง BCP Working Group เพื่อสนับสนุนการสื่อสาร และการเข้าถึงข้อมูล

นอกจากนี้ได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงร่วมกับบริษัทย่อยในต่างประเทศ โดยได้ขยายการดำเนินงานด้านการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ไปยังบริษัทย่อยในต่างประเทศทั้ง 6 ประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบริหารความเสี่ยงมีมาตรฐานเดียวกันในทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็ง และความสม่ำเสมอในการจัดการความเสี่ยงในทุกระดับการดำเนินงาน
หนึ่งในโครงการสำคัญของ TOA คือ “Empowering Risk Management’ Project” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการนำเสนอแผนการบริหารความเสี่ยงจากทุกหน่วยงาน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โครงการนี้ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างแท้จริง และสร้างการเชื่อมโยงแผนการบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรด้วยการขับเคลื่อนความสอดคล้อง และความร่วมมือดังกล่าว โครงการนี้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง และยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต