การกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการ

การบริหารความเสี่ยง

1. นโยบายและแผนการบริหารความเสี่ยง

บริษัทได้ดำเนินการประเมิน และจัดการความเสี่ยงโดยยึดกรอบแนวทางตามมาตรฐานสากล Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO ERM-2017) เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงครอบคลุมทุกมิติ และสอดคล้องกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงทั้งภายใน และภายนอกองค์กร

การบริหารความเสี่ยงถูกผนวกเข้ากับกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในทุกระดับ โดยมีการบูรณาการระหว่างระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎระเบียบองค์กร (Governance, Risk, and Compliance: GRC) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร ลดผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงยังได้รับการสนับสนุนจากการกำหนดนโยบาย กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการตรวจสอบ และวัดผลการดำเนินงาน รวมถึงรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนองค์กร และคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบอย่างโปร่งใส

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Goals) โดยผนวกการบริหารจัดการความเสี่ยงเข้ากับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับ ESG ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร แต่ยังสร้างโอกาสในการเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรโดยใช้ กรอบการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล COSO ERM (Enterprise Risk Management – Integrated Framework) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผสานรวมกับการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) และการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ โดยครอบคลุมทุกระดับในองค์กร ตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงบุคลากรในทุกหน่วยงาน

กระบวนการบริหารความเสี่ยงได้รับการออกแบบมาเพื่อระบุ วิเคราะห์ กำหนด Risk Tolerance และจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่องค์กรสามารถยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อเพิ่มโอกาสในการบรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG (Environmental, Social, Governance) ขององค์กร

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยง แต่ยังช่วยสร้างคุณค่า และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีวัฒนธรรมความเสี่ยงเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างมั่นคง ทั้งนี้กรอบการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วย

1) การกำหนดกลยุทธ์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำหนดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยได้วาง วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Objectives) และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการบริหารความเสี่ยงมีความสอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสามารถปรับตัวตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงเข้ากับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และตัวชี้วัด (KPIs) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Assessment Tools) เช่น COSO ERM Framework ในการกำหนด และติดตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การกำหนดกลยุทธ์สอดคล้องกับเป้าหมาย ESG (Environment, Social, Governance)

บริษัทฯ ได้จำแนกโครงสร้างความเสี่ยงออกเป็น 5 ด้านหลัก (The 5 Strategic Risk Pillars) เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมทุกมิติสำคัญ ดังนี้

1) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk): บริหารจัดการความท้าทายที่มีผลต่อทิศทางธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค
2) ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk): ควบคุมและป้องกันความผันผวนทางการเงิน สภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน และเครดิต เพื่อรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสดและผลประกอบการ
3) ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk): เสริมสร้างประสิทธิภาพของกระบวนการ บุคลากร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM/BCP)
4) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและการกำกับดูแล (Compliance & Integrity Risk): ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับกฎระเบียบทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการยึดถือจริยธรรมทางธุรกิจ และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและการติดสินบนอย่างเคร่งครัด
5) ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงอุบัติใหม่ (ESG & Emerging Risk): บูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับการประเมินความเสี่ยง รวมถึงติดตามแนวโน้ม Mega Trends และความเสี่ยงใหม่ๆ ที่อาจกระทบต่อธุรกิจในอนาคต

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ถูกออกแบบให้เป็น ระบบสามระดับ (Three Lines of Defense) โดยยึดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และอ้างอิงกรอบมาตรฐานสากล เช่น COSO ERM (Enterprise Risk Management) เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงมีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร

โครงสร้างหลักแบ่งออกได้ดังนี้:

  1. ระดับคณะกรรมการและฝ่ายกำกับดูแล (Board and Oversight Level)
  2. ระดับบริหารและจัดการความเสี่ยง (Management and Risk Management Function)
  3. ระดับปฏิบัติการ (Operating Level)

2. โครงสร้างการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัท

กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กร ให้สอดคล้องกับ กลยุทธ์ เป้าหมาย และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการตรวจสอบ

สอบทานประสิทธิภาพของการควบคุมภายใน และติดตามผลการบริหารความเสี่ยง ให้มีความเพียงพอ และเหมาะสม

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนองค์กร

มีหน้าที่ช่วยกำกับดูแลเชิงยุทธศาสตร์ด้านการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนขององค์กร กำหนดนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยง ติดตามและให้ข้อเสนอแนะต่อความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญและความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risks) สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารความเสี่ยง โดยสอบทานให้มั่นใจว่าระบบการบริหารความเสี่ยงมีความเหมาะสม และมีประสิทธิผล

คณะบริหารจัดการความเสี่ยง

จัดทำนโยบาย กลยุทธ์ และหลักเกณฑ์ในการบริหารความเสี่ยง การติดตามและกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง และการรายงานความคืบหน้าไปยังประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการที่กำกับดูแล ทั้ง 3 คณะ

คณะทำงานบริหารความเสี่ยง

คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นระบบ โดยรับผิดชอบดำเนินกิจกรรมด้านการบริหารความเสี่ยงตามแผนงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะบริหารจัดการความเสี่ยง ประกอบด้วยการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร การกำหนดมาตรการควบคุม และจัดทำแนวทางเพื่อลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทฯ ยอมรับได้ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงโดยอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด

นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ติดตาม และประเมินผลการดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม พร้อมจัดทำรายงานสถานะ และความคืบหน้าของการบริหารความเสี่ยงเสนอต่อคณะบริหารจัดการความเสี่ยง อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะทำงานยังมีบทบาทสำคัญในการวางแผน และจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล อีกทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงในองค์กร และสื่อสารอบรมด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ

สำหรับบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง สามารถดูรายละเอียดได้ที่

กฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คณะทำงานบริหารความเสี่ยง

คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ โดยรับผิดชอบดำเนินกิจกรรมด้านการบริหารความเสี่ยงตามแผนงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ภารกิจหลักประกอบด้วยการระบุความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์กร การกำหนดมาตรการควบคุม และจัดทำแนวทางเพื่อลดระดับความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทฯ ยอมรับได้ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงโดยอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด

นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ติดตาม และประเมินผลการดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม พร้อมจัดทำรายงานสถานะ และความคืบหน้าของการบริหารความเสี่ยงเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะทำงานยังมีบทบาทสำคัญในการวางแผน และจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล อีกทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงในองค์กร และสื่อสารอบรมด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรมีความพร้อมรับมือกับความท้าทายในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นความยั่งยืน และการบริหารจัดการที่ครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงการผนวกการบริหารความเสี่ยงเข้ากับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกที่สำคัญ และความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risk) เพื่อให้สามารถเตรียมมาตรการจัดการความเสี่ยงเชิงรุกได้ก่อนที่จะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

3. กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร

บริษัทฯ กำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ขั้นตอน และวิธีการในการบริหารความเสี่ยงเป็นไปอย่างมีระบบ และดำเนินไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร โดยมีขั้นตอนสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ดังนี้

  1. สภาพแวดล้อมภายในองค์กร (Internal Environment)
  2. การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective Setting)
  3. การบ่งชี้เหตุการณ์ (Event Identification)
  4. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
  5. การตอบสนองความเสี่ยง (Risk Response)
  6. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)
  7. ข้อมูล และการติดต่อสื่อสาร (Information and Communication)
  8. การติดตาม (Monitoring) ทบทวนประจำทุกไตรมาส

สำหรับกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการภายใน คณะกรรมการมีความจำเป็นต้องได้รับการสื่อสารถึงการประเมินความเสี่ยง และการควบคุม ความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยง การดูแลติดตามแนวโน้มของความเสี่ยงหลัก และความเสี่ยงสูง รวมถึงการเกิดเหตุการณ์ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่า

  1. เจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) มีการติดตาม ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์ และบริหารความเสี่ยงที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตนอย่างสม่ำเสมอ และมีแผนการบริหารความเสี่ยงเหมาะสม
  2. ผู้บริหารที่รับผิดชอบ และคณะบริหารจัดการความเสี่ยงจะได้รับการรายงานถึงความคืบหน้าในการบริหารความเสี่ยง และแนวโน้มของความเสี่ยง ตามระบบควบคุมภายในที่วางไว้มีความเพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิผล และมีการนำมาปฏิบัติใช้จริงเพื่อป้องกัน หรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งมีการปรับปรุงแก้ไขการควบคุมภายในอยู่เสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป
  3. สายงานบริหารความเสี่ยงจะประสานงานให้เจ้าของความเสี่ยง และผู้บริหารที่รับผิดชอบความเสี่ยงรายงานสถานะความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส รวมถึงกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้ที่ประชุมคณะบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อทราบ/พิจารณาต่อไป
  4. คณะบริหารจัดการความเสี่ยงต้องวิเคราะห์/ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการจัดการความเสี่ยง และการจัดลำดับความสำคัญ รวมถึงอาจนำไปใช้ในการทบทวนกรอบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม
  5. คณะบริหารจัดการความเสี่ยงต้องสรุปรายงานความคืบหน้าการบริหารความเสี่ยงตามแผนงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนองค์กร และคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เป็นรายไตรมาส และรายปี

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่สำคัญ ซึ่งครอบคลุมทุกบริษัทย่อยในประเทศไทย และต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศเมียนมาร์ ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบริษัทย่อยตระหนักถึงความเสี่ยง และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงหลัก (Key Risks) และความเสี่ยงสูง และมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งระบุแนวทางการจัดการ และติดตามผลเพื่อสนับสนุนเป้าหมายขององค์กรในด้านความยั่งยืน (Sustainability) และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการดำเนินธุรกิจ

ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทฯ ได้รับการจัดลำดับความสำคัญ และการจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และความท้าทายในระดับสากล มีการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมในทุกมิติ โดยสามารถแบ่งตามประเภทความเสี่ยง ดังนี้

ความเสี่ยงเดิม
  1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์
  2. ความเสี่ยงด้านการเงิน
  3. ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
  4. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฏหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดต่างๆ
ความเสี่ยงอุบัติใหม่
  1. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ
  3. ความเสี่ยงจากการปรับตัวต่อเทคโนโลยีและเมกะเทรนด์

บริษัทฯ ได้อธิบายรายละเอียดของปัจจัยความเสี่ยงในมิติต่างๆ ดัชนีชี้วัดความเสี่ยง รวมถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงของปีที่ผ่านมาใน รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One report) ในหัวข้อ การบริหารจัดการความเสี่ยง

รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One report)  

4. วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Awareness) ในทุกระดับขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ และความตระหนักในความเสี่ยง ผ่านกระบวนการสื่อสาร การฝึกอบรม และกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทั้งในประเทศไทย และบริษัทย่อยในต่างประเทศ

บริษัทฯ ส่งเสริมให้กรรมการอิสระ และกรรมการบริษัทผ่านการอบรมด้านการบริหารความเสี่ยง ผ่านหลักสูตรสำหรับกรรมการบริษัท อาทิเช่น DCP (Director Certification Program) และ/หรือ DAP (Director Accreditation Program) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อการบริหารความเสี่ยง และการกำกับการดูแลที่ดี (GRC)

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับจากการรับรู้ความเสี่ยงของพนักงาน ไปสู่การเป็น "เจ้าของความเสี่ยง" ในปี 2567-2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการสำคัญ ดังนี้

1) การพัฒนาศักยภาพตามกรอบ COSO ERM
การจัดอบรมหลักสูตร “COSO Enterprise Risk Management “COSO ERM”) บนระบบการเรียนรู้แบบดิจิทัล ผ่านสื่อวิดิทัศน์ ครอบคลุมพนักงานระดับจัดการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2568 มี อัตราการเข้าเรียนสูงถึงร้อยละ 99

2) การสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยง
การจัดทำ VDO AI Animation ในหัวข้อ Risk Culture EP3 (ESG Adventure - Risk Hunters) เพื่อให้พนักงานเข้าใจความเสี่ยงด้าน ESG และ Climate Change ภายใต้กรอบ Enterprise Risk Management (ERM) ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยมีอัตราการเข้าร่วมอบรมถึง ร้อยละ 96

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารบริษัทฯ ในต่างประเทศยังได้มีกการจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารเรื่อง ESG Risk ให้กับพนักงานในระดับปฏิบัติการอีกด้วย

บริษัทฯ ได้เพิ่มช่องทางให้พนักงานในทุกระดับสามารถศึกษานโยบาย และคู่มือหลักการบริหารความเสี่ยงได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านหลากหลายช่องทาง:

  • TOA Intranet, HR Cloud และประชาสัมพันธ์ผ่าน Posters และสื่อสารภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
  • การจัดอบรมการบริหารความเสี่ยงประจำปี และการกรอกแบบประเมินความเสี่ยง และเผยแพร่ E-book Risk Management Handbook ซึ่งครอบคลุมแนวทางการบริหารความเสี่ยงทุกมิติ รวมถึง ESG Risk Management

บริษัทฯ มุ่งเน้นให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานในทุกสายงาน เพื่อสร้างความเข้าใจ และความตระหนักในความเสี่ยงในทุกระดับขององค์กร และมั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การดำเนินการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการปลูกฝังวัฒนธรรมความเสี่ยงให้เป็นแกนหลักขององค์กร และก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในระดับสากล

5. การเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่ (Emerging risk)

คณะบริหารจัดการความสี่ยง ได้ร่วมกันพิจารณา แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงเกิดใหม่ (Emerging Risk Management) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การประเมิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยง และการกำหนดมาตรการรับมือที่ชัดเจน เป้าหมายของการดำเนินการนี้คือ การลดโอกาสและความรุนแรงของผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้ง สร้างความมั่นใจ ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความเสี่ยงเกิดใหม่ที่สำคัญ ดังนี้

1. ความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) จากภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่น อุทกภัย และอัคคีภัย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของบุคลากร ฐานการผลิต คลังสินค้า และโครงข่ายโลจิสติกส์ ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่คุณค่า

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicator)
  • สัดส่วนหน่วยงานที่มีการจัดทำและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ BCP
  • อัตราความคืบหน้าในการทดสอบแผน BCP Drill
  • จำนวนอุบัติการณ์ที่เกือบทำให้เกิดความเสียหาย
  • เหตุการณ์ภัยพิบัติที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง

1. ความเป็นเลิศในการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM/BCP) พัฒนาแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจตามมาตรฐาน ISO 22301 เพื่อรองรับเหตุสุดวิสัยในทุกระดับ

2. ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ติดตามดัชนีทางอุตุนิยมวิทยาและระดับน้ำล่วงหน้าเพื่อเตรียมมาตรการป้องกันเชิงรุก

3. ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน บำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสำรองพลังงาน และข้อมูลให้มีความพร้อมใช้งาน 100%

2. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ เกี่ยวกับเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ (Net Zero) มาตรการภาษีคาร์บอน และเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS S2 ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการครองตลาด Low-Carbon

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicator)
  • ความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายองค์กร
  • สถานะการปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG
  • สัดส่วนโครงการและผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์มุ่งสู่คาร์บอนต่ำ และ คาร์บอนเป็นศูนย์
  • ระดับความพร้อมและความเข้าใจในมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลสภาพภูมิอากาศ IFRS S1&S2
กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง

1. ขยายผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำเพื่อรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

2. ติดตามการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ติดตามและประเมินผลกระทบจากข้อกำหนดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด

3. การพัฒนาความพร้อม สร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมด้านการเปิดเผยข้อมูลสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐานสากล (IFRS S1/S2)

3. ความเสี่ยงจากการปรับตัวต่อเทคโนโลยีและเมกะเทรนด์

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเทคโนโลยี (Digital Disruption) และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียนอาจทำให้โมเดลธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์เดิมล้าสมัย หากองค์กรไม่สามารถปรับพอร์ตธุรกิจได้ทันท่วงที

ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicator)
  • จำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความต้องการของตลาด
  • สัดส่วนรายได้จากสินค้านวัตกรรม เทคโนโลยี และความต้องการของตลาด
  • สถานะการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและกระบวนการผลิต
กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง

1. การบูรณาการเชิงกลยุทธ์ บูรณาการเมกะเทรนด์ เข้ากับวิสัยทัศน์องค์กรเพื่อกำหนดทิศทางนวัตกรรม

2. นวัตกรรมและการวิจัยพัฒนา (R&D) ลงทุนในระบบโรงงานอัตโนมัติ และการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระเหยต่ำหรือเป็นศูนย์ (Low/Zero VOC)

3. ผนึกพันธมิตร สร้างพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเพื่อเร่งความเร็วในการส่งมอบโซลูชันใหม่สู่ตลาด

6. แนวทางในอนาคตเพื่อการบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะยกระดับการบริหารความเสี่ยงโดยนำเสนอแนวทางในอนาคตที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง และความท้าทายของธุรกิจในปัจจุบัน และอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability) และสร้างความมั่นคงให้กับองค์กร โดยมีแนวทางดังนี้:

1. การพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยี
  • การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดความซับซ้อน และลดความเสี่ยงในกระบวนการที่สำคัญ เช่น กระบวนการผลิต การบริหารคลังสินค้า และการจัดการข้อมูล
  • การสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านการแข่งขัน พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2. การเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า และพันธมิตร
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทาน ดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบหรือความผันผวนด้านราคา
  • การส่งเสริม ESG ร่วมกับคู่ค้า โดยสนับสนุนการจัดอบรม และสื่อสารความสำคัญของการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจ และการปฏิบัติตามกฎหมาย

7. การบริหารภาวะวิกฤตและความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan “BCP”)

บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้าง "ความยืดหยุ่นขององค์กร" (Business Resilience) ผ่านการพัฒนาแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการเติบโต ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน บริษัทฯ ได้ยกระดับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Planning) โดยอ้างอิงมาตรฐาน ISO และร่วมกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยได้ดำเนินการดังนี้

  • การสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ กับคณะทำงาน
  • การวิเคราะห์ผลกระทบ (Business Impact Analysis “BIA”) ระบุกระบวนการวิกฤตและทรัพยากรสำคัญ เพื่อกำหนดกลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery Strategies) และระยะเวลาที่เหมาะสม (Recovery Time “RTO”)
  • การจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (BCP) บนพื้นฐานของสถานการณ์จำลอง (Scenario-based BCP) เพื่อรองรับเหตุการณ์รุนแรงและเหตุการณ์ไม่คาดคิด
  • การทดสอบแผน (Scenario-based Drill) ดำเนินการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง (Tabletop Exercise) และทดสอบระบบเรียกความพร้อม (Call Tree) ทั้งในโรงงานและหน่วยธุรกิจต่างประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ
โครงการเสริมพลังการบริหารความเสี่ยง (Empowering Risk Management)

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ Empowering Risk Management เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของความเสี่ยงของทุกสายงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองความเสี่ยงและการนำเสนอแผนบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส โดยมีเป้าหมายให้การบริหารความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งองค์กร และสนับสนุนการตัดสินใจและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว การติดตามความเสี่ยง ตัวชี้วัด และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง